บทที่ 8 หลังจากที่ทุกอย่างถูกเปิดออก
เช้าวันศุกร์ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องลอดม่านเข้ามาในห้องคอนโดของธีร์
เขาลืมตาขึ้นช้า ๆ แล้วนั่งนิ่งอยู่บนเตียงนานผิดปกติ
ภาพเมื่อคืนยังชัดเจนอยู่ในหัวทุกซอกทุกมุม
ภาพเคนคุกเข่าตรงหน้า
ภาพนิ้วมือที่เช็ดน้ำตาให้เขา
และคำพูดที่ทั้งคู่สารภาพออกมาหลังจากเก็บงำมานานสิบปี
ธีร์ยกมือขึ้นแตะแก้มตัวเองเบา ๆ
ยังรู้สึกถึงร่องรอยของน้ำตาเมื่อคืน
เขายังไม่รู้ว่าเมื่อคืนหลังจากนั้นทั้งคู่คุยอะไรกันอีกนานแค่ไหน
รู้แค่ว่าเคนอยู่กับเขานานพอสมควร ก่อนจะลุกขึ้นไปก่อนเพราะมีประชุมเช้าตรู่
ก่อนจากกัน เคนยืนที่ประตูแล้วพูดเพียงสั้น ๆ
“พรุ่งนี้ค่อยคุยกันใหม่นะ
ค่อย ๆ ไป”
แล้วเขาก็ยิ้มให้ธีร์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนปิดประตู
ตอนนี้ธีร์นั่งกอดเข่าบนเตียง
มองไปที่โต๊ะกลางที่ยังมีซองจดหมายเก่าและสมุดภาพวางอยู่ข้าง ๆ กัน
ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ
เขาไม่ได้รู้สึกโล่งใจอย่างที่คิดไว้ทั้งหมด
ยังมีความกลัว ความเขิน และความไม่แน่นอนหลงเหลืออยู่
แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีอะไรบางอย่างที่อบอุ่นและจริงจังกว่าที่เคยสัมผัสในรอบสิบปี
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
ธีร์ปิดมัน แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำ
ระหว่างแปรงฟัน เขามองตัวเองในกระจกนานเป็นพิเศษ
ใบหน้ายังคงเป็นคนเดิม
แต่ดวงตาดูไม่เหมือนเดิมเสียแล้ว
—
พอถึงออฟฟิศ นนท์มองเขามาตั้งแต่ไกล
“มึง…” เพื่อนเดินเข้ามาใกล้แล้วยกคิ้ว “เมื่อคืนเป็นยังไง”
ธีร์วางกระเป๋าลง
แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ช้า ๆ
“คุยกันแล้ว” เขาตอบเสียงเบา
นนท์ทำตาโต
“คุยกันแล้วแบบไหน
แบบไหนนะเว้ย”
ธีร์เงยหน้าขึ้นมองเพื่อน
แล้วยิ้มบาง ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
“แบบ…
ที่ไม่ต้องเก็บไว้คนเดียวอีกแล้ว”
นนท์ยืนนิ่งไปชั่วครู่
แล้วถอนหายใจยาวพร้อมกับยิ้มอย่างหมดแรง
“ในที่สุด…
เอาเถอะ
อย่างน้อยมึงก็ไม่ต้องทำหน้าเหมือนคนสูญเสียอะไรอีกต่อไป”
ธีร์หัวเราะเบา ๆ
แต่ในใจเขารู้ดีว่า
นี่เพิ่งจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เวลา 10.30 น. เคนเดินเข้ามาในแผนกครีเอทีฟตามปกติ
แต่คราวนี้บรรยากาศดูแตกต่างออกไปเล็กน้อย
เขายังคงสวมสูทเรียบร้อย ยิ้มสุภาพให้คนในแผนก แต่เมื่อสายตาไปหยุดที่โต๊ะของธีร์ รอยยิ้มนั้นก็อ่อนลงและจริงใจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ธีร์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอ
แล้วทั้งคู่ก็จ้องมองกันชั่วขณะโดยไม่พูดอะไร
ความเขินยังคงมีอยู่
แต่ไม่ใช่ความเขินแบบเดิมที่เต็มไปด้วยความกลัวและการปิดบังอีกต่อไป
“เช้านี้เป็นไงบ้าง” เคนเดินเข้ามาหยุดตรงขอบโต๊ะ น้ำเสียงนุ่มกว่าทุกครั้ง
“ปกติครับ” ธีร์ตอบสั้น ๆ แต่แก้มเริ่มมีสีขึ้นเล็กน้อย
เคนหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
“หน้าเธอบอกว่าไม่ปกติชัด ๆ”
นนท์ที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ แกล้งไอเบา ๆ แล้วก้มหน้าทำงานต่ออย่างตั้งใจเกินไป
เคนวางแฟ้มลงบนโต๊ะ
แล้วพูดเสียงเบาพอให้มีเพียงธีร์ได้ยิน
“เมื่อคืน… นอนหลับสบายไหม”
ธีร์พยักหน้า
“พอสมควรครับ
คุณล่ะ”
“หลับยากเหมือนกัน” เคนยอมรับ “คิดมากไปหน่อย”
ทั้งคู่มองตากันอีกครั้ง
แล้วก็ยิ้มให้กันอย่างแผ่วเบา
“ว่างช่วงพักเที่ยงไหม” เคนถามต่อ “อยากชวนกินข้าว
ไม่ใช่เรื่องงาน”
ธีร์ลังเลไปเพียงเสี้ยววินาที
แล้วพยักหน้า
“ได้ครับ”
รอยยิ้มของเคนกว้างขึ้น
“ดี
งั้นเดี๋ยวฉันมารอที่โต๊ะเธอ”
เขาตบไหล่ธีร์เบา ๆ ครั้งหนึ่ง
แล้วเดินจากไปยังห้องประชุม
ธีร์นั่งนิ่งอยู่กับที่
มือที่ยกขึ้นแตะไหล่ตัวเองตรงจุดที่เคนเพิ่งสัมผัส
ยังอุ่นอยู่เล็กน้อย
นนท์หันมาทันทีที่เคนเดินพ้นระยะ
“โอ้โห
เมื่อคืนก่อนยังร้องไห้
วันนี้ยิ้มหวานแล้ว
เร็วดีนะเว้ย”
ธีร์เขินจนหันหนี
“เงียบไปได้ไหม”
แต่ถึงแม้จะพูดแบบนั้น
มุมปากของเขาก็ยังยกขึ้นเล็กน้อยโดยห้ามไม่อยู่
ทุกอย่างเพิ่งเริ่มต้น
และเขาก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวเองพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงนี้แค่ไหน
แต่หนึ่งอย่างที่เขารู้ชัดเจนแล้วคือ
เขาไม่ได้อยากหนีอีกต่อไป
ตอนพักเที่ยง เคนมายืนรอที่โต๊ะของธีร์ตรงเวลาพอดี
เขาถอดเสื้อสูทออกแล้วพาดไว้บนแขน เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูผ่อนคลายกว่าช่วงเช้า
“พร้อมหรือยัง” เขาถามพร้อมยิ้ม
ธีร์เก็บของเรียบร้อยแล้วยืนขึ้น
“ครับ”
ทั้งคู่เดินออกจากออฟฟิศไปด้วยกัน
คราวนี้ระยะห่างระหว่างกันแคบกว่าเดิมชัดเจน
ไม่ใช่ครึ่งก้าวแบบเคยชินอีกต่อไป
เคนพาไปร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่ไม่ไกลจากบริษัท
เป็นร้านที่เงียบสงบ มีที่นั่งกลางแจ้งใต้ต้นไม้
หลังจากสั่งเครื่องดื่มและแซนด์วิช ทั้งคู่ก็นั่งลงที่โต๊ะมุม
ความเงียบแรกเริ่มยังมีอยู่
แต่ไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้
“เมื่อคืนหลังจากฉันกลับ…” เคนเริ่มพูดพลางหมุนแก้วกาแฟไปมา “เธอคิดอะไรอยู่บ้าง”
ธีร์ก้มมองแก้วของตัวเอง
“คิดหลายอย่างครับ
คิดว่าทุกอย่างเปลี่ยนไปเร็วเกินไป
คิดว่าตัวเองยังไม่ชิน
แล้วก็คิดว่า… ดีใจ”
เคนเงยหน้าขึ้นมองเขา
รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้า
“ฉันก็เหมือนกัน
ดีใจ แต่ก็ยังกลัวนิด ๆ”
“กลัวอะไรครับ”
“กลัวว่าเธอจะรู้สึกกดดัน
กลัวว่าฉันจะเร่งเกินไป
แล้วก็กลัวว่าสิบปีที่ผ่านมาจะทำให้เรากลายเป็นคนละคนกันไปแล้ว”
ธีร์เงียบไปครู่หนึ่ง
แล้วค่อย ๆ พูดเสียงเบา
“เรายังเป็นคนเดิมในหลายอย่าง
แต่ก็เปลี่ยนไปในหลายอย่างเหมือนกัน
ฉันคิดว่า… เราค่อย ๆ เรียนรู้กันใหม่ได้”
เคนมองเขานาน
แล้วพยักหน้าช้า ๆ
“ได้
ค่อย ๆ ไป”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันอีกครั้ง
คราวนี้รอยยิ้มดูผ่อนคลายและจริงใจมากกว่าทุกครั้งที่เคยยิ้มให้กันในรอบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
อาหารและเครื่องดื่มค่อย ๆ หมดไปพร้อมบทสนทนาเบา ๆ
เรื่องงานบ้าง เรื่องอดีตบ้าง เรื่องสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ในชีวิตประจำวันบ้าง
เมื่อถึงเวลาต้องกลับออฟฟิศ เคนยืนขึ้นก่อน แล้วพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
“เย็นนี้…
ว่างไหม”
ธีร์เงยหน้าขึ้น
“ว่างครับ”
“งั้น… ฉันขอไปส่งเธอกลับคอนโดได้ไหม
ไม่ใช่แค่ถึงสถานี”
คำถามนั้นทำให้ธีร์หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความกลัว
เขาพยักหน้าช้า ๆ
พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ
“ได้ครับ”
เย็นวันนั้นหลังจากเลิกงาน เคนมารอธีร์ที่ล็อบบี้ตามที่นัดไว้
คราวนี้เขาไม่ได้ยืนอยู่ห่าง ๆ แบบเดิม แต่เดินเข้ามาใกล้เมื่อเห็นธีร์เดินออกจากลิฟต์
“เหนื่อยไหม” เคนถาม
“นิดหน่อยครับ” ธีร์ตอบพร้อมยิ้มเล็กน้อย
ทั้งคู่เดินไปที่รถของเคนด้วยกัน
ระหว่างทางเคนเอ่ยขึ้นอย่างไม่คิดมาก
“เมื่อกี้ตอนบ่าย นนท์มองเรามาตลอดเลยนะ
เหมือนจะอยากถามอะไรหลายอย่าง”
ธีร์หัวเราะเบา ๆ
“เขาคงอยากรู้มาก
แต่ยังไม่กล้าถามตรง ๆ”
“งั้นเดี๋ยวฉันเลี้ยงกาแฟเขาซักแก้วแล้วกัน” เคนพูดติดตลก “เผื่อจะได้ลดการจ้องมองลงบ้าง”
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เริ่มผ่อนคลายขึ้นเรื่อย ๆ
แม้ความเขินจะยังหลงเหลือ แต่ก็ไม่หนักหน่วงเหมือนช่วงก่อนหน้าที่ทั้งคู่จะเปิดใจกัน
รถใช้เวลาไม่นานก็ถึงหน้าคอนโดของธีร์
เคนจอดรถแล้วปิดเครื่องยนต์ แต่ยังไม่รีบลงจากรถ
“ขึ้นไปนั่งเล่นก่อนได้ไหม” เขาหันมาถามเสียงนุ่ม “หรือเธออยากพักผ่อน”
ธีร์ลังเลไปเพียงครู่เดียว
แล้วส่ายหน้าเบา ๆ
“ขึ้นมาได้ครับ”
ทั้งคู่ขึ้นลิฟต์ไปด้วยกัน
ความเงียบในลิฟต์ครั้งนี้ไม่ได้อึดอัด
แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกใหม่ที่ทั้งคู่กำลังเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน
เมื่อเข้าไปในห้อง ธีร์เปิดไฟแล้วเชิญเคนให้นั่งบนโซฟา
ตัวเองเดินไปเปิดตู้เย็น
“ดื่มอะไรไหมครับ
มีน้ำเปล่ากับชาเขียว”
“ชาเขียวก็ได้”
ธีร์เทชาใส่แก้วสองใบ แล้วนำมาวางบนโต๊ะกลาง
เขานั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกันกับเคน แต่ยังเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อย
เคนมองรอบห้องอีกครั้ง
แล้วสายตาก็ไปหยุดที่สมุดภาพและจดหมายเก่าที่ยังวางอยู่บนโต๊ะ
“ยังไม่ได้เก็บเลยนะ” เขาพูดเสียงเบา
ธีร์พยักหน้า
“ยังไม่รู้จะเก็บไว้ที่ไหนดี
รู้สึกว่า… ยังอยากให้อยู่ใกล้ ๆ”
เคนยิ้ม
แล้วค่อย ๆ ยื่นมือไปแตะขอบสมุดภาพเบา ๆ
“ฉันดีใจที่เธอยอมโชว์ให้ดู
จริง ๆ นะ”
ธีร์ก้มหน้าลงเล็กน้อย
แก้มเริ่มมีสีขึ้น
“ฉันก็ดีใจที่คุณยอมให้ฉันอ่านจดหมาย”
ทั้งคู่มองตากันอีกครั้ง
คราวนี้สายตาไม่หลบกันง่าย ๆ เหมือนเดิม
เคนขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด
ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือน้อยลงจนแทบจะสัมผัสกันได้
“ธีร์” เขาเรียกชื่อเบา ๆ
“จากนี้ไป…
ฉันขอทำตัวเหมือนคนที่คบกับเธอได้ไหม
แบบช้า ๆ
ไม่เร่ง”
ธีร์มองลงไปที่มือของเคนที่วางอยู่บนโซฟาใกล้ ๆ มือตัวเอง
แล้วค่อย ๆ พยักหน้า
“ได้ครับ
แบบช้า ๆ”
เคนยิ้มกว้างขึ้น
แล้วยื่นมือปิดทับหลังมือของธีร์เบา ๆ
เพียงเท่านั้น
แต่สำหรับทั้งคู่ในตอนนี้
มันมากพอแล้ว
มือของเคนที่วางทับอยู่บนหลังมือของธีร์อุ่นเล็กน้อย
ธีร์ไม่ได้ชักมือหนี
แค่ปล่อยให้มันเป็นแบบนั้น ขณะที่หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
ทั้งคู่นั่งเงียบกันไปพักใหญ่
ไม่มีใครพูดอะไร
มีเพียงเสียงรถวิ่งผ่านไปมาจากข้างนอกหน้าต่างเป็นฉากหลัง
“เมื่อคืนหลังจากฉันกลับไป…” เคนเริ่มพูดเสียงเบา
“ฉันนั่งคิดอยู่นาน
คิดว่าเราควรเริ่มต้นยังไงดี
คิดว่าเธอจะรู้สึกยังไง
แล้วก็คิดว่าตัวเองโง่มากที่ปล่อยให้เวลาสิบปีผ่านไปโดยไม่ทำอะไร”
ธีร์หันไปมองเขา
“คุณไม่ได้โง่ครับ
ตอนนั้นเราทั้งคู่ยังไม่พร้อม”
“อาจจะใช่” เคนยิ้มบาง ๆ “แต่ตอนนี้ฉันไม่อยากปล่อยผ่านอีกแล้ว”
เขายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นลูบหลังมือของธีร์เบา ๆ
เพียงครั้งเดียว แล้วก็หยุด
“ฉันจะค่อย ๆ ทำ
ถ้าเธออึดอัดเมื่อไหร่ บอกฉันได้เลย”
ธีร์พยักหน้า
“ครับ”
คุณก็เหมือนกัน
ถ้าฉันทำอะไรแปลก ๆ หรือเงียบเกินไป…
บอกได้นะครับ”
เคนหัวเราะคิก
“รู้”
เธอเงียบเก่งมาก
ฉันต้องคอยสังเกตเอง”
บรรยากาศค่อย ๆ ผ่อนคลายลง
ทั้งคู่เริ่มคุยเรื่องอื่นต่อ
เรื่องงานที่ยังค้างอยู่
เรื่องเพื่อนเก่าบางคน
เรื่องร้านอาหารที่อยากลองไปด้วยกันในอนาคต
เวลาผ่านไปโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
จนกระทั่งนาฬิกาบนผนังชี้ไปที่ทุ่มครึ่ง
เคนมองนาฬิกาแล้วถอนหายใจเบา ๆ
“ฉันควรกลับแล้ว
พรุ่งนี้ยังมีประชุมเช้า”
ธีร์พยักหน้า
แม้ในใจจะรู้สึกเสียดายเล็กน้อย
ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน
เคนเดินไปที่ประตู แล้วหันกลับมา
“วันจันทร์…”
ว่างกินข้าวด้วยกันอีกไหม”
“ว่างครับ”
“ดี”
เคนยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
ราวกับอยากจะทำอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็แค่ยิ้มให้
“นอนให้พอ ๆ นะ
ราตรีสวัสดิ์”
“ราตรีสวัสดิ์ครับ”
หลังจากประตูปิดลง ธีร์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีก debunked
มือที่ยกขึ้นแตะหลังมือตัวเองตรงจุดที่เคนเคยวางทับไว้
ยังอุ่นอยู่
เขายิ้มกับตัวเองในความเงียบของห้อง
แล้วยังคงยืนอยู่อย่างนั้นอีกสักพัก
ก่อนจะเดินไปเก็บแก้วชาและสมุดภาพกลับเข้าที่
คืนนี้…
เขาอาจจะหลับได้ง่ายขึ้นกว่าหลายคืนก่อนหน้านี้
วันจันทร์เช้า ธีร์ถึงออฟฟิศพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ยังไม่ค่อยชินกับตัวเอง
นนท์สังเกตเห็นทันทีที่เขาวางกระเป๋าลง
“หน้ามึงวันนี้ดูดีขึ้นเยอะ
เมื่อคืนนอนหลับดีใช่ไหม”
ธีร์พยักหน้า
“พอสมควร”
“แล้วเย็นวันศุกร์เป็นยังไงต่อ
เล่าหน่อยสิ อย่าเก็บไว้คนเดียวตลอด”
ธีร์ลังเลครู่หนึ่ง
แล้วพูดเสียงเบา
“เขาขึ้นมาที่ห้อง
คุยกัน
แล้วก็… จับมือกัน”
นนท์ทำตาโต
แล้วเลิกคิ้วสูง
“จับมือกัน?
แค่นั้นเลย?
หลังจากสารภาพรักกันแล้ว?”
“ค่อย ๆ ไป” ธีร์ตอบพร้อมยิ้มเขิน ๆ “เรานัดกันแบบนั้น”
นนท์ถอนหายใจยาวแบบหมดท่า
แต่ก็ยิ้มตาม
“ก็ดีนะ
อย่างน้อยมึงก็ไม่ต้องมานั่งทำหน้าเศร้าอีกแล้ว
กูเองก็สบายใจขึ้น”
ไม่นานเคนก็เดินเข้ามาในแผนก
คราวนี้เขาเดินตรงมาที่โต๊ะธีร์ทันทีโดยไม่ต้องหาอะไรเป็นข้ออ้างเรื่องงาน
“เช้านี้เป็นไง” เขาถามพร้อมยิ้ม
“ดีครับ”
“เย็นนี้ตามนัดนะ
ฉันจองร้านไว้แล้ว”
ธีร์พยักหน้า
แก้มมีสีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นนนท์แอบยกนิ้วโป้งให้จากด้านหลังเคน
ทั้งวันผ่านไปด้วยบรรยากาศที่เบาลงกว่าเดิมมาก
แม้ธีร์จะยังเขินทุกครั้งที่เคนเดินผ่านหรือส่งสายตามา
แต่เขาก็เริ่มชินกับการมีคนคนนี้อยู่ใกล้ ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนเย็นหลังเลิกงาน ทั้งคู่เดินออกจากอาคารไปด้วยกัน
เคนเอ่ยขึ้นระหว่างทาง
“วันนี้ทำงานเป็นยังไง
เหนื่อยไหม”
“ไม่มากครับ
คุณล่ะ”
“ก็ดี
แต่คิดถึงตอนเย็นตั้งแต่ตอนบ่ายแล้ว”
คำพูดตรง ๆ แบบนั้นทำให้ธีร์ก้มหน้าลงเขิน
เคนหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดต่อ
“ยังไม่ชินใช่ไหม
ที่ฉันพูดแบบนี้”
“ยังครับ…”
“งั้นฉันจะค่อย ๆ พูดบ่อยขึ้น
เผื่อเธอจะชิน”
ธีร์เงยหน้าขึ้นมองเขา
แล้วก็ยิ้มตอบอย่างอดไม่ไหว
รถของเคนแล่นผ่านท้องถนนที่ย่ำค่ำ
ทั้งคู่นั่งเงียบกันไปพักหนึ่ง
แต่ความเงียบครั้งนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น
ในที่สุดเคนก็เอ่ยขึ้นเสียงเบา
“ธีร์
ขอบคุณนะ
ที่ยอมให้ฉันเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน”
ธีร์หันไปมองคนขับ
สายตาอ่อนโยน
“ฉันก็ขอบคุณครับ
ที่รอมาจนถึงทุกวันนี้”
ทั้งคู่ยิ้มให้กันอีกครั้ง
ก่อนที่รถจะแล่นต่อไปข้างหน้า
สู่ร้านอาหารที่เคนจองไว้
และสู่ความสัมพันธ์ใหม่ที่ทั้งคู่กำลังค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะก้าวไปด้วยกัน
ร้านที่เคนจองไว้เป็นร้านอาหารอิตาเลียนเล็ก ๆ ที่มีบรรยากาศอบอุ่น
ไฟสลัว โต๊ะไม้สีเข้ม และดนตรีเบา ๆ เล่นอยู่ในพื้นหลัง
ทั้งคู่นั่งตรงข้ามกัน
คุยกันไปเรื่อย ๆ อย่างไม่เร่งรัด
เรื่องงานที่กำลังทำร่วมกัน
เรื่องเพื่อนเก่าบางคนที่ยังติดต่อกันอยู่
และเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่เคยได้คุยกันมาก่อนในรอบสิบปี
อาหารค่อย ๆ หมดไปพร้อมเสียงหัวเราะเบา ๆ ที่ดังขึ้นเป็นระยะ
ธีร์พบว่าตัวเองยิ้มบ่อยขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ขณะที่เคนก็ดูผ่อนคลายและจริงใจมากกว่าช่วงแรกที่กลับมาเจอกัน
เมื่อใกล้จะเลิกกัน เคนวางส้อมลงแล้วพูดขึ้น
“วันหยุดนี้…
ว่างไหม”
ธีร์พยักหน้า
“ว่างครับ”
“งั้น… ไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะด้วยกันไหม
ไม่ต้องทำอะไรพิเศษ
แค่เดินคุยกัน”
คำชวนเรียบง่าย แต่กลับทำให้ธีร์รู้สึกอบอุ่น
“ได้ครับ”
เคนยิ้มกว้าง
“ดี
เดี๋ยวฉันมารับ”
หลังจากส่งธีร์กลับถึงคอนโด เคนไม่ได้ขอขึ้นไปต่อ
เขาเพียงแค่ยืนที่หน้าประตู แล้วยิ้มให้
“คืนนี้พักผ่อนให้พอ ๆ นะ
วันจันทร์ค่อยเจอกันใหม่”
“ครับ
คุณก็ด้วย”
เคนยกมือโบกเบา ๆ
แล้วหันหลังเดินไปทางลิฟต์
ธีร์ยืนมองจนร่างของเขาหายไป
ก่อนจะปิดประตูแล้วพิงกับบานประตูอยู่นาน
เขายังคงรู้สึกเขิน
ยังคงรู้สึกไม่ชินกับคำว่า “คบกัน”
และยังคงกลัวอยู่บ้างว่าทุกอย่างอาจจะเปลี่ยนไปอีกครั้ง
แต่ในขณะเดียวกัน
เขาก็รู้สึกถึงความสงบอย่างประหลาดในอก
สิบปีที่ผ่านมา เขาเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว
เก็บสมุดภาพ เก็บความรู้สึก เก็บคำถามที่ไม่มีคำตอบ
แต่ตอนนี้
มีคนที่ยอมรอ
ยอมเริ่มต้นใหม่
และยอมเดินไปด้วยกันแบบช้า ๆ
ธีร์เดินไปที่โต๊ะกลาง
เก็บสมุดภาพและจดหมายเก่าใส่กล่องด้วยความระมัดระวัง
แล้วยิ้มกับตัวเองเบา ๆ
จากนี้ไป…
เขาคงไม่ต้องเปิดสมุดภาพเล่มนั้นคนเดียวอีกแล้ว
จบตอน8
